สภาพัฒน์คาดเศรษฐกิจทั้งปี โต 2.3-2.8% ชี้ หากเลิกดิจิทัลวอลเล็ตรัฐบาลจะออกมาตรการอื่นกระตุ้น
สภาพัฒน์ เผย GDP ไตรมาส 2/67 โต 2.3% ปรับทั้งปีเป็น 2.3-2.8% ชี้ หากยกเลิกดิจิทัลวอลเล็ตเชื่อรัฐบาลจะออกมาตรการอื่นเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทย (GDP) ไตรมาสที่ 2 ของปี 2567 ขยายตัว 2.3 % ต่อเนื่องจากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 1.6% โดยเศรษฐกิจไทย ได้รับอานิสงค์จากการอุปโภคบริโภคเอกชนขยายตัว 4% การใช้จ่ายภาครัฐบาล ขยายตัว 0.3% การส่งออกสินค้าและบริการขยายตัว 4.8% การนำเข้าสินค้าและบริการขยายตัว 0.5% ส่วนการลงทุนรวมยังหดตัว 6.2%
ขณะที่ ด้านการผลิต สาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัว สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร สาขาการขายส่งและการขายปลีก สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้าขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่สาขาการก่อสร้างและสาขาเกษตรกรรมปรับตัวลดลง
ส่วนเศรษฐกิจโลกในไตรมาสที่ 2 ของปี 2567 ขยายตัวต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจหลัก นำโดยสหรัฐฯ และจีน ขณะที่ กลุ่มประเทศเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่และกำลังพัฒนาขยายตัวในเกณฑ์ดีต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของการค้าโลก
เปิดภาพนาที "คิวพี" นักแสดงซีรีส์ขี่เจ็ตสกีชนเรือหางยาวอย่างจัง!
ทั้งปี 2567 ยังคงคาดการณ์ GDP ขยายตัว 2.5% และปรับกรอบเป็น 2.3-2.8%
จากเดิมคาดการณ์โต 2.0-3.0% ส่วนหนึ่งมาจาก การลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้นเนื่องจากสามารถเบิกจ่ายได้ดีขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นในระดับ 0.4 - 0.9 % และดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ที่ 2.3% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว / การขยายตัวในเกณฑ์ดีของการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ / การเพิ่มขึ้นของแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐในช่วงครึ่งปีหลัง / การกลับมาขยายตัวอย่างช้า ๆ ของภาคการส่งออกตามการฟื้นตัวของการค้าโลก
มีปัจจัยเสี่ยง จากหนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจที่อยู่ในเกณฑ์สูงและมาตรฐานสินเชื่อที่มีความเข้มงวด / การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความผันผวนของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลก
ผู้สื่อข่าว พีพีทีวี
แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2567
หากยกเลิกดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เชื่อรัฐบาลจะออกมาตรการอื่นช่วยกระตุ้น
นอกจากนี้ นายดนุชา ยังกล่าวถึงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท โดยจะต้องดูว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร หากรัฐบาลดำเนินมาตรการนี้ต่อก็จะต้องดูว่ามีการปรับเปลี่ยนมากน้อยแค่ไหน จากเดิมที่มีข้อเสนอสำคัญไป 2 เรื่อง คือ แหล่งที่มาของเงิน จากงบประมาณปี 67 ที่มีการใช้จ่ายแล้ว และงบประมาณปี 68 ที่จะเข้ามาวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ซึ่งจะต้องดูว่ามีผลกระทบอย่างไรบ้าง และอีกหนึ่งเรื่อง คือ ระบบของการใช้จ่ายเงิน ซึ่งเรื่องนี้คงต้องมีการพูดคุยกันในระดับนโยบาย และสอบถามความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ
ทั้งนี้ หากไม่มีมาตรการนี้ เชื่อว่า รัฐบาลจะต้องมีมาตรการอื่นเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะช่วยเหลือประชาชนกลุ่มรายได้น้อยอย่างน้อย 1 มาตรการ ซึ่งจะต้องดูช่วงเวลาการออกมาตรการที่เหมาะสมด้วย อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูกันต่อไปว่าสุดท้ายรัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรออกมา เพราะขณะนี้ยังพูดอะไรมากไม่ได้ เนื่องจากรัฐบาลยังไม่มีการแถลงนโยบาย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB